

๐ พระอานนท์เถรพุทธอุปัฏฐาก อรรถวิภาคต่อพระคณะสงฆ์สังคายนาครั้งปฐมบรมวงศ์ แสดงองค์ตามวาทีนี้เป็นธรรม์....
1.เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ข้าฯได้ฟังจาก”พระพุทธเจ้า”
ภะคะวา พาราณะสิยัง วิหะระติ ยุคหนึ่งเนาอยู่ในป่าไพรสัณห์
อิสิปะเตนะ มิคะทาเยฯ ชื่อ”อิสิปตนมฤคทายวัน”
ใกล้เมือง”พาราณสี”นั้นสำคัญมี
2.ตัตระ โข ภะคะวา กาลครั้งนั้นทรงตรัสเตือนสติ”พระปัญจะ-
ปัญจะ วัคคิเย ภิกขู วัคคียะ”ภิกษุสงฆ์ธำรงศรี
อามันเต สิฯ ให้ตั้งใจฟังพระดำรัสจอมมุนี
และพิจารณาสุนทรีย์แต่นี้ไป...
3.เทวเม ภิกขะเว อันตา บรรพชิตไซร้ไม่ควรปฏิบัติ
ปัพพะ ชิเตนะ นะ เสวิตัพพาที่ข้องขัดสองอย่างดังอ้างไข
4.โย จายัง กาเมสุ คือประพฤติปฏิบัติตนวนสุขใน-
กามะสุขัลลิกานุโยโค “รูป-รส-กลิ่น-เสียง-สัมผัส”ไซร้น่าใคร่รัก-
หีโน คัมโม โปถุชชะนิโก น่าปรารถนาซึ่งเป็นธรรม์อันทรามเลว
อะนะริโย อะนัตถะ สัญหิโต ผู้ครองเรือนแหลกเหลวพาเลวหนัก
มิใช่ธรรมนำจิตใจได้หยุดพัก
กิเลสฟักตัวต่อเติมกลับเพิ่มพูน!!!
5.โย จายัง อีกอย่างทรมานกายใจให้ลำบาก
อัตตะกิละมะถานุโยโค มีแต่ยากรับแต่โทษประโยชน์สูญ
ทุกโข อะนะริโย หักโหมการปฏิบัติเร่งรัดพูน
อะนัตถะสัญหิโตฯ ชีพเจียนสูญวอดวายถึงตายลง!!!
หวังลุมรรคผลเร็วไวมิใช่เหตุ- ดับกิเลสที่กลุ้มรุมกลับลุ่มหลง
“มิใช่ทางหลุดพ้นจากวนวง” จิตยังหลง”กิเลสหนามากกว่าเดิม”!!!
6.เอเต เต ภิกขะเว “ตถาคต”รู้แล้วหนอข้อปฏิบัติ
อุโภ อันเต อะนุปะคัมมะ ที่เด่นชัด”ทางสายกลาง”ช่วยสร้างเสริม
มัชฌิมา ปะฏิปะทา เรา”ตรัสรู้ด้วยปัญญา”มาต่อเติม
ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา ประพฤติเพิ่มนอกจากทางสองอย่างนั้น!!!!
ไม่เข้าไปใกล้สุดโต่งทางสองอย่าง!!! แต่”อยู่กลาง-มัชฌิมา”ไม่อาสัญ
“ไม่หลงสุข-ไม่ทุกข์ยาก”ลำบากครัน “พอดี”นั้นคือ”จุดหมายทางสายกลาง”!!!
7.จักขุกะระณี ญาณะกะระณี “ทางสายกลาง”ข้อปฏิบัติมัชฌิมา
อุปะสะมายะ อะภิญญายะ ทำ”ดวงตาให้เห็นธรรม์”อันกระจ่าง
สัมโพธายะ นิพพานายะ ทำ”ญาณเป็นเครื่องรู้”เห็นลู่ทาง
สังวัตตะติ ฯ ปล่อยละวาง”จิตสงบ”พบเยือกเย็น
เพื่อ”รู้ยิ่ง”ตรัสรู้สู่โลกทิพย์ จิตเข้า”นิพพาน”พบประสบเห็น
“ไม่มีเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย”หายลำเค็ญ “ตาที่เห็นคือปัญญา”สัมมาโพธิ์!!!
8.กะตะมา จะสา ภิกขะเว การปฏิบัติ”ทางสายกลาง”เป็นอย่างไร?
มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาตะเตนะ
อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี
ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ
อะภิญญายะ สัมโพธายะ
นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
9.อะยะเมวะ อะริโย คือ “หนทางนำไปให้สุโข”
อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ “มีแปดอย่าง”ไร้มลพิษสู่”จิตโพธิ์”
10.เสยยะ ถีทัง “แปดมัคโค-ข้อปฏิบัติกำจัดทุกข์”!!!
สัมมาทิฏฐิ –สัมมาสังกัปโป หนึ่ง-“ปัญญาเห็นชอบ”เห็น”อริยสัจ”
สัมมาวาจา-สัมมากัมมันโต สอง-เด่นชัด”ดำริชอบ”ประกอบสุข
สัมมาวายาโม-สัมมาสติ คิดจะออกจากกามคลายความทุกข์
สัมมาสมาธิ ฯ ไม่บุกรุกพยาบาทอาฆาตใคร....
ไม่คิดเบียดเบียนคน-สัตว์ระมัดยิ่ง สาม-“พูดจริง-วาจาชอบ”ทุกสมัย
ไม่พูดหยาบ-เพ้อเจ้อ-เหยียดส่อเสียดใคร ไม่เหลวไหล”พูดดี”มากมีคุณ!!!
สี่-“การงานชอบ”วิสุทธิ์ไม่ทุจริต ประกอบกิจชิดเชื้อใจเกื้อหนุน
ห้า-“เลี้ยงชีวิตชอบ”กอปรแต่บุญ ชีพอบอุ่นเพราะหากินมีศีลธรรม!!!
หก-“เพียรชอบ”ละชั่วได้-ใฝ่ทำดี คุณธรรมนี้น่าชมแสนคมขำ
“คุณธรรมสูง”สุดดี”เพียร”ชี้นำ ไม่ตกต่ำตลอดชีวิตพิชิตมาร!!!
เจ็ด-“สติ-ระลึกชอบ”ประกอบกิจ คอยตามติดขจัดทุกข์ให้ศุขศานติ์
ระลึกถึง”อนุสสติสิบประการ” มี”นิพพานเป็นที่สุด”ถึงพุทธัง!!!
ระลึกใน”มหาสติปัฏฐานสี่” ทุกฐานมี”อนิจจา”คาถาขลัง
ทั้ง”ทุกขา”สารพัด”อนัตตัง” “สติตั้งไว้คุมจิต”นิจนิรันดร์
แปด-“ตั้งจิตไว้ชอบ”ระบอบส่ง อารมณ์ทรงเที่ยงแท้ไม่แปรผัน
ใน”อนุสสติทั้งสิบประการ”นั้น “จิตตั้งมั่น”คงดีมี”ฌานญาณ”!!!
“อริยมรรคแปด-คือทาน-ศีล-ภาวนา” หรือ “ศีล-สมาธิ-ปัญญา”อันกล้าหาญ
เป็นขั้นตอนงดงามสามประการ “สู่นิพพานคือจุดหมาย ณ ปลายทาง”!!!!!
ชัย แสงทิพย์
ChaiSangthip@hotmail.com
|