เว็บ...ของพระฝรั่ง 

 
http://www.users.zetnet.co.uk/phrakhem/

http://www.abhayagiri.org/

http://www.arrowriver.ca/

http://www.tisarana.ca/

http://www.amaravati.org/

http://www.ratanagiri.org.uk/

http://www.foresthermitage.org.uk/

http://www.abhayagiri.org/

 





เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา

 

                                              



เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา

             เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ ความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงโดยสิ้นเชิง[1] ดับภพชาติ หยุดการเวียนว่ายตายเกิด  เพราะเมื่อไม่เกิดอีกเราก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทุกข์กายทุกข์ใจอีกต่อไป  เปรียบเหมือนกับมนุษย์เป็นสัตว์ที่ไม่มีหาง จึงไม่รู้สึกเจ็บปวดเพราะหางเป็นเหตุอีกต่อไป

             ส่วนการทำบุญให้ทานที่ชาวพุทธนิยมทำกันโดยทั่วไปในปัจจุบันมีอานิสงส์สูงสุดเพียงแค่ความสุขในเทวโลกเท่านั้น  มิได้กำจัดกิเลสตัณหาพาสู่ความพ้นทุกข์เลย เพราะถึงแม้จะได้ไปเกิดเป็นเทวดาแล้ว  แต่เมื่อหมดบุญแล้วก็ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก คือ ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้ง ๕ คือ เทพ  มนุษย์  เดรัจฉาน  เปรต-อสุรกาย  นรก อย่างไม่มีที่สิ้นสุด[2]

   ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงใช้ปลายพระนขา(เล็บ)ช้อนฝุ่นขึ้นมาเล็กน้อย แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า  ภิกษุทั้งหลาย  เธอเข้าใจความข้อนี้อย่างไร ฝุ่นที่เราใช้ปลายเล็บช้อนขึ้นมากับแผ่นดินใหญ่นี้อย่างไหนจะมากกว่ากัน

             ภิกษุทูลตอบว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นดินใหญ่นี้แลมากกว่า ฝุ่นที่ปลายพระนขามีเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับแผ่นดินใหญ่แล้ว คำนวนไม่ได้  เทียบกัน ไม่ได้ หรือไม่ถึงส่วนเสี้ยว

             ภิกษุทั้งหลาย  ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน สัตว์ที่จุติเทวดามาเกิดในเทวดามีจำนวนน้อย ส่วนเทวดาที่เคลื่อนจากสวรรค์แล้วไปเกิดในนรก     ไปเป็นเปรตมีจำนวนมากกว่า   พวกเทพชั้น เวหัปผลาที่ไม่ได้สดับพุทธธรรมมีอายุประมาณ ๕๐๐ กัป  เมื่อสิ้นอายุให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนดอายุหมดไปแล้ว ไปสู่นรกบ้าง ไปสู่แดนเปรตบ้าง[3]

             อนึ่ง เมื่อเรายังต้องเกิดอีกสิ่งที่จะตามมาด้วย คือ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความทุกข์กายทุกข์ใจ ดั่งพระจาลาภิกษุณีกล่าวว่า ความตายย่อมมีแก่ผู้ที่เกิดมาแล้ว ผู้ที่เกิดมาแล้วย่อมประสบทุกข์ เพราะเหตุนี้แล เราจึงไม่ชอบความเกิด[4]   ฉะนั้น วิธีที่จะรอดพ้นจากความแก่ ความเจ็บ ความตาย และความทุกข์ทั้งปวงได้ก็มีอยู่เพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ การไม่เกิดอีกเพราะเมื่อไม่เกิดอีก เราก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทุกข์กายทุกข์ใจอีกต่อไป[5]  เป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ เจริญวิปัสสนาภาวนาจนบรรลุเข้าสู่มรรค ผล นิพพาน ตัดกระแสธรรมชาติให้ขาดสะบั้นลงได้อย่างเด็ดขาดสิ้นเชิง กำจัดสาเหตุที่ก่อให้เกิดการถือกำเนิดในภพใหม่[6] สิ่งที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องเกิดอีกไม่มีที่สิ้นสุดก็คือความต้องการของสรรพสัตว์เองหรือที่เรียกว่ากิเลสตัณหา[7]  

             พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์ กรรมชื่อว่าเป็นไร่นา วิญญาณชื่อว่าเป็นพืช ตัณหาชื่อว่ายางเหนียวในเมล็ดพืช วิญญานดำรงอยู่ได้เพราะธาตุหยาบของสัตว์ มีความหลงไม่รู้ความจริงเป็นเครื่องปิดกั้น มีตัณหาเป็นเชื้อเครื่องผูกเหนี่ยวใจไว้ การเกิดใหม่จึงมีต่อไปอีก[8]  และตรัสอีกว่า  ตัณหาทำให้สัตว์ต้องเกิดอีก จิตของสัตว์ย่อมแล่นไป สัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายในสังสารวัฏฏ์ย่อมไม่อาจ หลุดพ้นจากทุกไปได้[9]

             เมื่อมนุษย์เจริญวิปัสสนาจนเกิดมรรคจิตครบ ๔ ครั้ง ก็จะกำจัดกิเลสตัณหาในจิตของตนเองให้หมดสิ้นไปได้อย่างสิ้นเชิง[10] เขาจะไม่ต้องเกิดใหม่อีกต่อไป เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์มะม่วงที่มียางเหนียวอยู่ภายในเมื่อนำไปปลูกจะงอกเป็นต้นมะม่วงได้อีก   แต่ถ้านำไปต้มกำจัดยางเหนียวให้หมดไป หลังจากนั้นนำไปปลูกโดยวิธีใดก็ตามจะไม่งอกอีกแล้ว กิเลสตัณหาในดวงจิตของเราก็เช่นกัน   แต่ถ้าไม่สามารถทำมรรคจิตให้เกิดครบ ๔ ครั้งได้  แม้สามารถทำมรรคจิตให้เกิดเพียงครั้งเดียวก็จัดว่าเข้าสู่กระแสพระนิพพานแล้ว ที่เรียกกันว่าบรรลุโสดาบัน[11]   เมื่อเจริญวิปัสสนาภาวนาจนวิปัสสนาญาณขึ้นถึงญาณที่ ๑๔ โสดาปัตติมรรคจะทำหน้าที่ประหารตัวมิจฉาทิฏฐิที่นอนเนื่องอยู่ในจิตสันดานได้อย่างเด็ดขาดสิ้นเชิง  มิจฉาทิฏฐินี่แหละที่เป็นตัวเชื้อให้เราต้องตกอบาย คือ กำเนิดเตรัจฉาน เปรต อสุรกาย ตกนรก[12]

             เมื่อบรรลุโสดาบันได้แล้ว ไม่ว่าในอดีตชาติหรือชาติปัจจุบันได้เคยทำบาปอกุศลไว้มาก มายเพียงใดก็ตาม ก็ไม่ต้องไปชดใช้กรรมในนรกอีกต่อไปและจะเกิดในสุคติภูมิ (โลกมนุษย์,สวรรค์)ได้อีกไม่เกิด ๗ ชาติ และจะบรรลุอรหันต์ได้เองโดยอัตโนมัติ[13]   สัตว์โดยทั่วไปต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๓๑ ภูมิ (คือ อรูปพรหม ๔ ชั้น รูปพรหม ๑๖ ชั้น  เทวดา ๖ ชั้น  มนุษย์ เดรัจฉาน เปรต อสุรกาย และนรก[14]  หาเบื้องต้นและที่สุดไม่พบ ต้องตกอบายทุกข์ทรมานในนรกอยู่เป็นอาจิณเหมือนบ้านเก่าทีต้องแวะเวียนไปอยู่เสมอ แต่ถ้าเราสามารถบรรลุโสดาบันได้ภายในชาตินี้ ก็ไม่ต้องตกอบายอีก จะไปเกิดในสุคติภูมิอีกไม่เกิน ๗ ชาติ แล้วบรรลุอรหันต์เข้าถึงความดับภพชาติโดยสิ้นเชิง ไม่เกิดใหม่อีกต่อไป  เมื่อไม่เกิดอีกก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย ไม่ต้องตกนรก  และไม่ต้องเป็นทุกข์อีกแล้ว

   กรรมฐานหรือการเจริญภาวนานี้ เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีอยู่ในจักรวาลเหมือนกับศาสตร์อื่น ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต่างกันแต่ศาสตร์นี้ต้องศึกษาวิจัยในห้องแลปร์คือรูป-นาม(ขันธ์ ๕)เท่านั้น  และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ความหลุดพ้นจากทุกทั้งปวง   ศาสตร์นี้เป็นกลไกที่มีอยู่ตามธรรมชาติแต่ยากที่มนุษย์จะเข้าถึงได้  สิ่งที่สามารถเข้าถึงและแทงตลอดกฏเกณฑนี้ได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือจิตที่ทรงพลานุภาพมหาศาล  ตามธรรมดาแล้วมนุษย์ล้วนมีจิตกันทุกคน แต่จิตธรรมดาจะกลายเป็นจิตที่ทรงพลานุภาพได้นั้นต้องอาศัยการบ่มเพาะเป็นเวลานาน   คัมภีร์อรรถกถาบอกว่า ต้องใช้เวลานานถึง ๔ อสงไขยกับแสนกัปเลยทีเดียว[15]    ด้วยเหตุนี้เอง นาน ๆ จึงจะมีดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิสักครั้งหนึ่ง โลกใบนี้อุบัติมาแล้วประมาณ ๔,๕๐๐ ล้านปีซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมาก  แต่ดวงจิตที่ทรงพลานุภาพมาปฏิสนธิแค่เพียง ๔ ครั้งเท่านั้น[16]   ครั้งสุดท้ายมาปฏิสนธิ เมื่อประมาณ ๒๖๐๐ ปีก่อนนี้เอง ผู้นั้นเราเรียกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
             เรื่องการเจริญภาวนาหรือปฏิบัติกรรมฐานนี้ มนุษย์ทั่วโลกได้พยายามค้นคว้าและเข้าถึงมานานแล้ว แต่เนื่องด้วยบารมีไม่เพียงพอจึงเข้าถึงได้เพียงครึ่งเดียว   คนกลุ่มนั้นก็คือพวกฤษีและศาสดาต่าง ๆ พวกท่านสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้  มีฤทธิ์เดชมากมาย  แต่ก็ยังไม่สามารถกำจัดกิเลสในจิตให้หมดสิ้นไปได้[17] ยังมีความโลภ โกรธ เกลียดอยู่  ท่านเหล่านี้เข้าถึงได้เพียงแค่ระดับฌานสมาบัติเท่านั้น ยังไม่สามารถเข้าถึงวิปัสสนาปัญญาบรรลุมรรค ผล นิพพานได้[18] หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช พระองค์แล้วได้ไปศึกษาศาสตร์นี้จากสำนักฤษีต่างๆ ที่มีอยู่ในสมัยนั้นจนหมดความรู้อาจารย์ แต่เมื่อออกจากสมาธิ กิเลสตัณหาก็ยังมีอยู่เท่าเดิมยังมีความกลัวความกังวลอยู่ พระองค์จึงตัดสินพระทัยศึกษาค้นคว้าหาวิธีดับทุกข์ด้วยพระองค์เองด้วยการเจริญวิปัสสนา[19] เมื่อเกิดวิปัสสนาปัญญญารู้แจ้งอยู่ไปตามลำดับครบ ๑๖ ขั้นจะบรรลุโสดาบัน เที่ยวที่ ๒ บรรลุสกทาคามี เที่ยวที่ ๓ บรรลุอนาคามี เที่ยวที่ ๔บรรลุพระอรหันต์เข้าถึงพระนิพพาน[20]   ดับทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงไม่ต้องเกิดใหม่อีกต่อไป  เมื่อไม่ต้องเกิดอีกก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทุกข์ กายทุกข์ใจอีกต่อไป การตายอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จึงเรียกว่าดับขันธปรินิพพาน ดับทั้งกายดับทั้งจิต ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

 

 



 

[1]  ดูรายละเอียดใน ขุ.ม. (ไทย) ๒๙ /๑๗๗/๕๐๖.

 

[2]  ดูรายละเอียดใน องฺ.สตฺตก.(ไทย) ๒๓ /๔๔/ ๖๗

 [3]  สํ.มหา.(ไทย) ๑๙/๑๑๗๘/๖๕๔  , องฺ.จตุ.(ไทย) ๒๑ /๑๙๓/๑๒๕

[4]  ดูรายละเอียดใน สํ.สคา.(ไทย)๑๕/๑๖๗/๒๒๓

[5]  ดูรายละเอียดใน ที.มหา.(ไทย)๑๐/๕๗/๓๑  , สํ.นิ.  (แปล)  ๑๖/๔/๑๐-๑๓

[6]  ดูรายละเอียดใน ที.มหา.(ไทย) ๑๐/๑๕๕/๙๙ , ที... (บาลี)๑๕๕/๑๔๔

[7]  ดูรายละเอียด ใน สํ.ส.(ไทย)๑๕/๕๕/๖๘

 

[8]  ดูรายละเอียด ใน องฺ.ทุก(ไทย)๒๐/๗๘/๓๐๑

[9]  ดูรายละเอียด ใน สํ.ส.(ไทย) ๑๕/๕๗/๗๐

 [10]  ดูรายละเอียด ใน ขุ.ปฏิ.(ไทย)๓๑/๖๐/๙๗

 [11] โสดาบัน หมายถึงผู้ประกอบด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ เพราะคำว่าโสตะ  เป็นชื่อของอริยมรรคมีองค์๘

(อภิ.ปญฺจ.อ.  ๓๑/๔๒  ดูประกอบใน  สํ.ม.(แปล)  ๑๙/๑๐๐๑/๓๐๐)

 [12]  ดูรายละเอียดใน องฺ.สตฺตก.(ไทย) ๒๓ /๕๔/ ๙๗  ,องฺ.ติก.อ.๒/๘๗/๒๔๒  

[13]  ดูรายละเอียด ม.อุปริ(ไทย)๑๔/๑๔๗/๑๘๖, องฺ.ติก.อ.  ๒/๘๗/๒๔๒.  องฺ.ติก.ฏีกา  ๒/๘๗/๒๓๕

 [14]  ดูรายละเอียดใน องฺ.สตฺตก.(ไทย) ๒๓ /๔๔/ ๖๗

 

[15]  ดูรายละเอียด ใน ขุ.อป.อ.(บาลี)๑/๑๒๐

[16]  ดูรายละเอียด ใน ขุ.พุทธ.(ไทย).๓๓/๑๙/๗๒๓

[17]  ดูรายละเอียด ใน องฺ.ทุก.(ไทย)๒๐/๓๘๐ ,ขุ.อุ(ไทย) ๒๕/๕๔/๒๙๒

[18]  ดูรายละเอียด ใน ม.ม.(ไทย)๑๓/๓๒๗/๓๙๖, ม.ม.อ.(บาลี) ๑/๘๓/๑๙๙

[19]  ดูรายละเอียด ใน สํ.มหา.(ไทย) ๑๙/๙๘๔/๔๖๑, วิสุทฺธิ.(บาลี) ๒/๒๕๐, องฺ.นวก.(ไทย)๒๓/๓๕/๕๐๖, สํ.มหา.อ.(บาลี)๓/๒๕๖/๒๔๒,องฺ.เอก.อ.(บาลี)๑/๘๑๓๓

[20] ดูรายละเอียด ใน ขุ.ปฏิ.(ไทย) ๓๑/๑-๙/ ๗-๑๖

...........โดย  พระมหาประเสริฐ  มนฺตเสวี   ..วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส  นครปฐม...

 

Date : 27/06/2009
Time : [ 11:56:53 ]
Rating : 0% 0% (0 Votes) ดี ไม่ดี 

ความคิดเห็นที่ 1 

What do you know about Louis Vuitton replica?Men should wide eyes countrywide to hit a wonderful Louis Vuitton woman who isvery pro-family Louis Vuitton .

Name : DSWF gfh103@gmail.com  117.43.43.4 :  :
Date : 02/08/2010
Time : [ 17:56:34 ]

ข้อความ :
ภาพประกอบ :
Name :
E-mail :
Code : This is a captcha-picture. It is used to prevent mass-access by robots. (see: www.captcha.net)
   



Copy Right O2Blog.com