HK CONCERT keita you are really nice!! นะ!.... คิดไม่ออกจริงๆว่าจะอัพอะไร เพราะได้ข่าวว่า เดี๋ยวน้องก็คงอัพแน่ๆ ก็ไอ้เรื่องซ้ำๆกันนั่นแหละ 5555+
จั่วหัวครั้งนี้ คงเล่นเอาน้องๆหลายๆคนงงว่าเข้าบล๊อกผิดหรือเปล่า... ค่ะ ไม่ผิดค่ะ น้องเข้าบล๊อกถูกแล้ว นี่บล๊อกพี่เอง แม่อิหนูคนนี้นั่นแหละ แต่ จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ต้องขอชมพ่อคนนี้.....
เพราะงี้ล่ะมั๊ง ทริปนี้ถึงได้กาลีห่าจริกขนาด
พระเจ้าคงเล่นตลก อยากเทสต์อะไรบางอย่างพวกอิชั้นอ่ะนะ
เรื่องความซวยสุดกู่ไม่ขอพูดถึงแล้วกัน ไปอ่านที่บล๊อกอิเจ๊เมย์เถอะ ขอบอกว่าโคตรแม่งซวยสุดตรีนมาก ซวยจนเล่าให้ใครฟังก็ไม่อยากจะเชื่อนั่นแหละ
มาถึงฮ่องกงได้ก็ช๊อบปิ้งกันไปตีกันไปตามเรื่องตามราวเพราะหลงถนน 55+
อยู่กันแต่แถวๆย่านช็อป มงก๊ก เพื่อไล่ล่า.... ฮ่าๆๆๆๆๆ... ไม่ใช่วินดส์ค่ะน้อง อย่าเข้าใจเช่นนั้น ไล่ล่าหาของตามใบสั่งเพื่อนๆที่ฝากฝังซื้อหากันมา เดินกันจนตรีงป่วยยังหาไม่ได้เลย ได้ข่าวว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่เกาหลี เกาหลี และเกาหลี อ้อ มีวงนั้นด้วย วงวายกระจาย จากไต้หวันวงนั้น ฟาหลุนไห่นั่นอ่ะ เยอะ เกลื่อนเมืองไปหมด หาญี่ปุ่นแทบไม่ได้เลย คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งดินแดนที่ถูกเกาหลีเขมือบไปแล้วกว่าครึ่งเยี่ยงเมืองแถวๆนี้ ไชโย๊!!!! ได้ผู้ร่วมชะตากรรมแล้ว เคี๊ยกๆๆ
ตกเย็น ซวยอีก เค้าปิดเมืองกันดูพลุเฉลิมฉลอง 10 ปี แต่ พวกอิชั้น อยากไปแหลมวิกตอเรียว้อย อยากไปถ่ายรูป แสด ไปไม่ได้เลย ตำรวจกั้นตลอดทาง ห้ามรถผ่าน รถไฟฟ้าก็หยุดวิ่งหมด เดินกันตรีนแปอีกรอบ จากมงก๊กมาจิมซาจุ่ยกรูก็จะตายแล้ว นี่จากจิมซาจุ่ย จะให้กลับมามงก๊กเนี่ยนะ กรูนอนข้างทางดีกว่า แง๊~~~~~~~ พลุก็... ไม่รู้ว่าลำเอียงหรือเปล่า แต่รู้สึกว่า พลุตอนงานในหลวงประทับใจเรามากกว่า อาจเพราะเหนื่อยก็ได้เลยไม่เห็นอะไรสวยแล้ว...
อ้อ... แต่ที่เห็นแน่ๆคือ ประดาหนุ่มชาวฮ่องกงที่เดินไปเดินมา ละลานตา อาหารหูอาหารตามากๆ ค่อยรู้สึกชุ่มชื่นก็ตอนเห็นเหล่าประดาหนุ่มหล่อนี่แหละ
ดีที่สามทุ่มกว่า MTR เปิด เลยได้ลองมั่วๆนั่งรถกลับมาช๊อบต่อที่มงก๊ก ขอโทษเถอะนะ ที่จิมซาจุ่ยว่าผู้ชายหล่อแล้ว ในมงก๊กนี่ โอ๊ยยยย สวรรค์ของป้าค่ะ!!! อิหนูคะ เมิงเดินอยู่แค่ฝั่งฮ่องกงชิมิคะ เมิงพลาดแล้วค่ะลูกขา เพราะที่นี่นั้นเต็มไปด้วย สารพัดของแนวหนูทั้งนั้นเลยลูกเอ๊ย เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้ากีฬา ยันชุดประหลาดๆสารพัด ตั้งแต่ ข้างถนน ยันร้านหรู มันเปิดยันเที่ยงคืน แถมพนักงานขายก็... ซู๊ดดดดดด เห็นแล้วน้ำหมากกรูจะหก มันเอาพนักงานล่อเหยื่อเห็นๆเลย โคตรหล่อเลิศทั้งย่าน มีฟามสุขที่สุดก็ตอนเดินนี่แหละมั๊ง I love hongkong ขึ้นมาทันทีเลยคร๊า
แต่..... ว่าไปก็ดีแล้วที่พวกนั้นไม่มาแถวนี้ ไม่งั้น.... เคตะได้ปล่อยกู้ให้อิหนูกับพี่เฮจนหมดตัวกันไปข้างแน่ๆ 555+ อ้อ ที่สำคัญ ...ที่นี่เกย์เยอะชิบเป๋งเล๊ยยยยยย กรูเห็นผู้ชายหน้าตาดี๊ดี เดินจับมือกันผ่านตาไม่ต่ำกว่าสามคู่ต่อ 1 ชั่วโมง โฮกกกก อะไรจะสดชื่นปานนี้ นี่ถ้าไม่เจอแจ๊กพอร์ตขากลับ รับรองได้ว่าอิชั้นเปลี่ยนไปเขียนฟิกฮ่องกงแน่ๆค่ะท่านผู้ชมบล๊อก กร๊ากกกกก
เรื่องในคอน..... เหอะๆๆ.... จำกัดความได้คำเดียว..
"SO FXXKING! " ค่ะ! ไม่รู้เพราะอิเมย์หรือเปล่าที่ทำให้วันนั้นช่วงเช้า ร้อนแสด แดดเปรี้ยงจนเด็กฮ่องกงเป็นลมพับตามๆกัน คอนกลางแดดขนาดนั้น มันยังยอมอดทนทรมานยืนตากแดดเพื่อจองที่ ไอ้พวกโซน B ลงมายังเดินกันบ้าง แต่ไอ้พวกโซน A2 A3 นี่ ท่าทางคงยอมแห้งตายตรงนั้น อาจต้องสร้างฮวงซุ๊ย หรืออนุสาวรีย์ตามหลังกันแน่ๆ ถ้ามีแดดเผาตายกันจริงๆ
พวกพี่เหรอคะ ? โอ๊ย! ไปนั่งเล่นนอนเล่นกันแถวสวนโน่นอ่ะค่ะ แล้วก็ย้ายเข้ามานั่งเล่นกันต่อในที่ร่มเต้นท์เจ้าหน้าที่ นั่งแม่งตั้งกาบ่ายๆ ยันเย็นโน่นเลย ไม่ไหวหรอกร้อนขนาดนั้น กรูดูหลังๆก็ได้ ยังไงก็เห็นอยู่หรอกเพราะเด็กฮ่องกงตัวเท่าเมี่ยงกันทั้งนั้น อ้อ เห็นเด็กผู้ชายมางานนี้เยอะด้วย และการันตีได้เลยว่า แทบทุกคนมาเพราะวินดส์ น่าดีใจเนาะอิหนูเนอะ ผู้ชายเยอะเชียวฮิ๊ววว!
บ่นเรื่องแดดร้อนแส้วยังไม่ทันไร พายุค่ะ พายุเข้า โคตรแม่งอะไรจะขนาดนั้นวะคะ ฝนตกกระหน่ำอย่างหนักขนาดที่ใจเสียกันเลยว่าหรือคอนจะล่ม ? นี่กรูสู้อุตส่าห์ แบกอิเมย์มาถึงนี่ คอนจะล่มเนี่ยนะ ? พระวัดไหนนึกออกก็บนกันแหลก เด็กฮ่องกงกางร่มกันพรึ่บพรั่บ ไม่มีใครถอยหนี เสื้อกันฝนที่เค้าแจกมาก็ได้ใช้กันล่ะทีนี้แต่ ที่สยองและแอบกลัวก็คือ... "ถ้าตอนคอนมันเอาขึ้นมากางกันล่ะเมิงเอ๊ยยย...... จะเห็นอะไรกันวะเนี่ยว้อยยยย"
แล้วฝนก็ซาในที่สุด ทุกอย่างดูเหมือนจะดี เหลือก็แต่ความอึดส่วนบุคคลกันเท่านั้น ...
โคตรรรรทรมาน โคตรรรเหนื่อย ยืนกันขาแข็ง เท้าก็เปียกฉ่ำไปด้วยฝน เรียกได้ว่าบรรยากาศทรมานสุดเดชมาก ทนฟังเพลงที่ไม่รู้จักกันอย่างทรหด แม้เด็กฮ่องกงทุกคน จะพยายามมีรีแอ๊กชั่นกับศิลปินอื่น แต่ ความเหนื่อยมันก็สุดๆจริงๆเพราะฉะนั้น ยิ่งดึกมันก็ยิ่งเนือย ทุกคนเค้าท์ดาวน์รอวินดส์กันทั้งนั้น
และแล้วเวลาสยองก็มาถึง เหลือวงเล่นอีก2วง วินดส์จะออก ฝนก็แหมะๆลงมาอีกรอบเหมือนแกล้ง แล้วสิ่งที่คาดก็เกิดขึ้น...
เหล่าตี๋หมวยสนิมสร้อยฮ่องกง ควักร่มมากางกันหน้าตาเฉยค่ะ กรูล่ะเชื่อเลย นี่เมิงบ้า หรือไร้เดียงสาเกิดมาไม่เคยดูคอนเสิร์ตวะเนี่ย เค้าแจกเสื้อกันฝน มันก็ไม่ใช้ แถมสต๊าฟก็สุดเดชมาก แม่งนอกจากไม่คอยมาเตือนคนดูให้เก็บร่มแล้ว ตัวเองยังมายืนกางร่มบังขวางหน้าคนซะงั้น
สรุปงานนี้นอกจากเพิ่มตั๋วเองส่งเดช ประกาศห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ไร้สาระ มันยังเอาเข้าได้หมดทุกอย่างตั้งแต่ กล้อง ร่ม และแบนเนอร์ แผ่นป้าย ใช่แล้วค่ะ โคตรพ่องโคตรแม่งบังกันมิด ดังนั้น งานนี้ บอกตรงๆว่าไม่ประทับใจกับการจัดคอนเลยอย่างยิ่ง และไม่แปลกใจเลย ที่งานแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้นซึ่งคาดว่าจะแถลงข่าวคอนใหญ่ กลับกลายเป็น พูดแค่ว่าอยากมา แค่นั้น รู้เลยว่าการตกลงกันของต้นสังกัดญี่ปุ่น กับฮ่องกงมีปัญหาแหงแซะ เพราะงั้น ด้วยความเห็นพี่ พี่เลยคิดว่าปีนี้ สงสัยจะชวดล่ะฮ่องกง ถ้าระบบการจัดคอนยังเลวร้ายอย่างนี้ล่ะก้อนะ ถ้าเคลียร์ระบบ และความงกไม่เข้าเรื่องได้ อันนี้ก็คงจะอีกเรื่อง
แต่สิ่งที่ประทับใจก็คือ เคริวค่ะ
ลักกี้มากๆที่ได้เห็นช๊อตแอ๊กซิเดนท์กระทันหันถึงสองอย่าง อย่างแรกก็ที่เห็นบนเวที ที่หนูริวลื่นล้มนั่นแหละ ตอนนั้น น้องหันขวับไปส่งสายตาและรอยยิ้มกับชะตาชีวิตให้เคตะที่เดินอยู่
ทางซีกขวาทันที ทั้งๆที่พี่เฮอยู่เยื้องน้องไปทางซ้ายแค่ ไม่เท่าไหร่ 555+
อย่างที่สองก็คือแอ๊กซิเด้นท์ข้างเวที ขณะที่วงสุดท้ายกำลังเล่น น้องๆวินดส์ขึ้นมาสแตนบายด์รอปิดงานกันอยู่ มุมขวา ข้างๆเวทีในหลืบมืดๆ แต่แฟนๆก็ตาไวเห็นแล้วก็กรี๊ดกันไม่สนใจคนแสดงบนเวที น้องริว เต้นดุ๊กดิ๊กตามท่าของศิลปินฮ่องกงบนเวทีคล่องเชียว ท่าทางจะดูซ้อมจนจำได้ พอ้องออกเสต็ปตามประสาเท่านั้น เคตะก็เอาด้วย เต้นกันดุ๊กดิ๊กตามเขากัน โดยมีพี่เฮยืนกอดอกอมยิ้ม ส่ายตามนิดหน่อยไม่ได้ออกเสต็ปอะไรมาก
คุยกันไป เต้นกันไป กระซิบกระซาบหัวเราะคิกคักกันเพลินๆ เอฟเฟ็กต์พลุของศิลปินบนเวที ก็ระเบิดปุ้งขึ้นตามคิว ที่น้องๆวินดส์ไม่รู้ ว่ามันมีอย่างนี้ด้วย
เสี้ยวนาทีนั้น ริว ยืนเยื้องออกมาด้านหน้าที่สุด พอเสียงปุ้งพลุระเบิดเท่านั้น ทั้ง ริว ทั้งเคตะ ก็ร้องเฮ้ยลั่นพร้อมกันแล้วผงะสุดตัว แต่...
เคตะไม่ได้ผงะไปคนเดียว มือพ่อเอื้อมมาประกบหมับที่ไหล่ทั้งสองของน้องริว แล้วกระชากดึงน้องริวหลบสะเก็ดพลุเข้ามาพร้อมตัวเองในทันทีแบบอัตโนมัติ แล้วก็มายืนหน้าตาตื่นอยู่ในวิถีที่กะว่าพ้นพลุแล้ว ท่ามกลางใบหน้าหัวเราะเฮฮาอย่างสนุกของน้องริวที่ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย เร็วมากๆจนนึกว่าตาฝาด แต่หันไปหาเพื่อนข้างๆมันก็หันมามองหน้าเราแล้วถามว่า
" เธอเห็นเหมือนฉันไม๊ ? "
แล้วก็.... เหอะๆ....เหอะๆๆๆ....... โห..... เคตะ... โหย..... แมร่ง....ฝากฝังได้จริงๆพ่อคุณเอ๊ย!
ส่วนพี่เฮ... พี่แค่โยกตัวหลบและถอยหลังด้วยมาดคุณชายมาหนึ่งก้าวเท่านั้น แล้วก็ยืนดูการแสดงต่อหน้าตาเฉย ไม่หันไปมองสองคนข้างๆด้วยซ้ำ ประมาณว่าวางใจมาก มันไม่เป็นไรหรอก ว่างั้น... 5555+
เห็นจากบล๊อกบูรพา เรื่องอิตานักร้องคนนั้น จะบอกว่าพี่ก็เห็นแล้วว่าอินักร้องคนนี้ อะไรมันจะรักอิหนูนักหนาวะ ยังคุยกับเพื่อนอยู่เลยว่า สงสัยเค้าคงปลื้มริวที่เต้นท่าเขาได้ล่ะมั๊ง แต่ท่าทางเคตะมันไม่ค่อยชอบเค้านะนั่นเพราะมันเดินตามประกบอิหนู แล้วดึงมาทักคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยๆตลอดเลย ส่วนพี่เฮ ตกอยู่ในวงล้อมของวง wing band ที่ท่าทางเฟรนด์ลี่สุดๆ ชิ! อินักร้องคนนั้น ชิ! กรูว่าแล้วเชียวว่าอะไรมันจะเว่อร์นัก เดี๋ยวกอด เดี๋ยวโอบ เดี๋ยวดึง มันถึงตัวตลอดเลยนะแก ....แต่ วางใจได้นะบูรพา เคตะมันตามดึงหนีตลอดแหละ ท่าทางคงรับรังสีบางอย่างได้ 5555+
คอนเลิกแต่ขอโทษเถอะ ตอนขากลับนี่ รถตู้วินดส์คันน้อยๆขับผ่านที่จัดงาน แฟนๆก็กรี๊ดวิ่งตามกัน ไปข้างทาง ความซวยนะคะ รถเจือกติดไฟแดง แถม อิคนในรถ ไม่รุ้ผู้ใด ดันเจือกแหวกม่านออกมาดูแฟนๆ เท่านั้นแหละ.. หมวยเดนตายก็วิ่งตัดหน้ารถทุกคันเข้าล้อมรถตู้เอาไว้ทันทีอย่างไม่กลัวสิ้นชื่อคาถนน เหตุการณ์ชุลมุนจนตำรวจจราจรต้องเข้ามาเคลียร์ น้องหมวยถึงได้ถอยกลับมา พอไฟเขียวปุ๊บรถตู้ก็เหยียบมิดออกทันที 555+ ดูถูกน้องหมวยฮ่องกงไปรึเปล่าฟะ ? ได้ข่าวว่าโดนตามถึงพริกถึงขิงกันตั้งแต่ตรีงเหยียบเกาะ ยังจะกล้าเปิดม่านยั่วตบะแฟนๆอีก
นะแก๊!
วันรุ่งขึ้นวันกลับบ้าน เหนื่อยสายตัวแทบขาดกันตามๆกัน คิดถึงข้าว คิดถึงน้ำเปล่าที่บ้านกันสุดๆเพราะฮ่องกง น้ำแพงอิ๊บอ๋าย ขาก็แทบยกไม่ขึ้นแล้ว แถมคิดแล้วว่า กลับไปจะเอาอิเมย์ไปเช็คลำไส้ที่โรงบาลไหนดีวะเนี่ย ...คิดว่าทริปนี้... เฮ้อ... นี่หรือชีวิต เหอะๆๆ กรูอยากจะหัวเราะ กรูหาเรื่องมาทรมานสังขารกันแท้ๆ ...กลับไปกรูจะเขียนฟิกฮ่องกง แต่...เอาวะ บนเวที แม่งก็แบ๊กสเตจน่ารักขนาดนั้น ยังไงๆก็ยังรักเคริวอยู่ดีถึงจะเล่นเอากรูเซ็งกับชะตาไปหลายอย่างก็เหอะ ปันใจเป็นอื่นไม่ได้จริงๆ แต่... อิหนู... ขอแม่ไปฟิกฮ่องกงบ้างสักติ๊ดเป็นออร์เดิร์ฟบ้างก็คงไม่ว่าอะไรหรอกเนอะๆ แหะๆๆ...
ทว่า........ ในที่สุด... ฟิกฮ่องกงก็คงไม่ได้เขียนแน่ๆแล้ว......เพราะ...

ณ ด่านตวรจขากลับพระจ้าก็ฟาดกระบองเปรี้ยงลงมากลางกบาล!!!
กระเป๋าในมือน้องคือโน๊ตบุ๊ค และขณะที่ยืนรอผ่านด่าน น้องริวก็เอาแว่นมาดึงมาคาดไว้ที่คางแล้วหันมามองแถวอื่นๆที่พยายามส่งเสียงเรียกน้องกันเบาสุดๆเพราะตื่นเต้นตกใจกันสุดขีด ไม่ได้สติกันแล้ว น้องอมยิ้มค่ะ แล้วก็เดินไปรอเคตะ กับพี่เฮด้านใน
เสียงปิ๊ด ปิ๊ดกันสนั่นหวั่นไหว ไม่รู้จากใคร น่าจะเป็นน้องริว พี่เฮนั้นดูเหมือนจะผ่านฉลุย ส่วนเคตะ เห็นว่ากางแขนมาดมั่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจ ก่อนจะเดินพ้นด่านนี้ไป เคตะก็หันมาโบกมือให้พวกเราที่ยังตรวจกระเป๋ากันอยู่แล้วชูสองนิ้ว พอเห็นอย่างนั้น พวกอิชั้นก็ชูมือ V V ตอบรับ พ่อก็ ชู V V ตอบกลับ แล้วอมยิ้มโค้งให้ ก่อนจะเดินไปรวมกับคนอื่นๆด้านใน ที่ถูกการ์ดเป็นสิบพาล้อมวง ฝ่าแฟนๆที่รอดักอยู่ในดิวตี้ฟรีด้านใน..... ไปแล้ว พ่อคุณ... แค่นี้กรูก็ดีใจแล้วล่ะวะ ได้แค่นี้ก็โอแล้วล่ะ ขอบคุณสวรรค์ คงไม่เจอแล้ว พ่อคงไปช๊อปต่อแน่ๆ ดิวตี้ฟรีนั้นกว้างนัก เอาเป็นว่าลากันตรงนี้ก็แล้วกัน บ๊ายบาย....เคตะ แกนี่มันน่าเอ็นดูสมที่ร่ำลือจริงๆด้วยพ่อเอ๊ย ส่วนริว.... น้องดูเหนื่อยๆ แต่ก็อมยิ้ม แค่นั้นก็อึ้งแล้วลูกเอ๊ย
เจอน้องคนไทยคนนึงด้านใน เข้ามาทักไอ้เมย์ แต่เมย์มันขาลากแย่แล้ว เดินเร็วๆมากๆไม่ได้แน่ มันแหยงท้องมัน น้องพยายามลากให้ไปตามหาวินดส์ด้วยกัน แต่พวกพี่รู้สังขารเลยไม่อยากถ่วงน้อง เมย์เลยบอกน้องให้ไปเถอะ เพราะขืนมั่ววิ่งลากป้าๆไปอย่างนี้ ถ่วงน้องเปล่าๆ น้องก็บ๊ายบายแล้วก็ร่ำลากันไป
อิพี่มิ้งค์ส้นหักตอนนี้เองเลยเปลี่ยนเป็นอิแตะ ขอบอกว่าโทรมสุดๆ ลากอิแตะเดินในสนามบินนี่แหม เท่ห์จริงๆกรู.....
หิวน้ำคอเป็นผงแวะหาซื้อน้ำแพงแสดที่เบอร์เกอร์คิงแล้วเดินกลับมา...
ถ่ายรูปเครื่องบินกันหนุกหนาน เอ.... ลองรอแถวนี้ดูดีไม๊ เผื่อฟลุค ? เอ.... แล้วป่านนี้มันไม่ขึ้นเครื่องไปแล้วรึหว่า ? แต่ ก็เอาเหอะ จนกว่าจะถึงเวลาขึ้นเครื่องเรา อีกตั้งนานก็ นั่งมันแถวนี้แหละ เผื่อฟลุค
และแล้ว ในวินาทีสุดท้าย........

เสียงกรี๊ดก็ดังแว่วมา น้องๆอยู่ห่างแค่ไม่ถึงวา รอตรวจตั๋วขึ้นเครื่องกัน และอย่างที่เห็น เดินนำมาก่อนสองคน น้องริวพะวงหลังตลอดเวลา และถึงขั้นยืนหันหลังให้ประตูเครื่อง เพื่อชะเง้อคอมองหาใครสักคนที่ยังมาไม่ถึง ?

เมเนเจอร์เหรอ ?

ก็นี่ไง ก็มาแล้วนี่...? แล้วน้องมองหาใคร... ในที่สุดเสียงเรียกชื่อใครอีกคนก็ดังแว่วๆมา และทันทีที่เห็น ริวก็หันกลับไปทำภารกิจตัวเองต่อในทันที....นั่นแหละ น้องถึงเริ่มได้ยินเสียงเรียกเบาๆจากข้างๆ... และ...

ส่งยิ้มหวานทั้งปากและตา พร้อมผงกหัวน้อยๆให้ ก่อนจะเดินผ่านไป ยืนรอคนอื่นๆอยู่ด้านใน ซึ่งก่อนจะเข้าไปก็ยังคงหันกลับมายืนรออีกคนด้วยท่าทางกังวลอยู่ดี
เพิ่งเห็นตอนนี้แหละที่พี่เฮหันกลับไปมองหลังบ้าง แต่ก็... หันไปคุยกับสต๊าฟต่อ เสียงเรียกพี่เฮดังขึ้นสองครั้ง พี่จึงหันกลับมาพยักหน้ารับรู้ แล้วกระตุกปากแบบของเค้าเป็นเชิงบอกว่า "ครับผม" ก่อนจะเดินนำริวเข้าไปในโถงทางเชื่อมตัวเครื่อง....
และในที่สุด....คนสุดท้ายก็มา...

เรียกปุ๊บก็หันมาส่งยิ้มปั๊บแล้วรับของถุงแรกจากไอ้คนที่แบกสังขารมาเพื่อมันนั่นแหละ พร้อมด้วยรอยยิ้ม และแอบเหลือบมองถุงอีกถุงนิดนึง เสียงเพื่อนข้างๆ บอกว่า
"ให้ไปเหอะ ให้ไปเลย" ลังเลอีกนิดหน่อยเพราะในถุงมันมีของเรียวเฮกับอิหนูอยู่
แต่ ... เอาวะ เอาๆไปเหอะ!
พ่อนี่เดินพ้นประตูไปแล้ว แต่พอยื่นถุงออกไปส่งให้ พ่อก็เสต๊ปเท้าถอยกลับมารับของ (5555+)
พอบอกว่าเคตะคุง บ๊ายบายฮีก็โค้ง ยิ้ม
แล้วโบกมือบ๊ายบายตอบก่อนจะเดินสาวเท้าจ้ำอ้าวตามคนอื่นๆไป เพราะเหลือหมอนี่คนเดียวแล้ว.....
เหอะๆๆๆ......
เหอะๆ.......
เหอะๆๆๆ........
และแล้ว เมื่อเวลาที่โทรมสุดเดช เหนื่อยสุดขีด และสภาพดูไม่จืดที่สุดเข้าปกคลุม อิน้องๆหนูๆพวกนี้ก็มา
555+ กรู....
เรียวเฮ ขาวโบ๊ะ ขาว ขาว และขาวววววววว คูล และเท่ห์สุดเดชมาก และหนวดนั่น หล่อแสดอย่าให้บอกค่ะ ท่าทางพี่เฮดูขรึมที่สุดแต่ก็ไม่ได้มีรังสีอำมหิตอะไรอย่างที่คิด แต่ก็คูล ขรึม สมเป็นพี่แก
น้องริว ผิวเนียนใส หน้าเล็กๆ ใหญ่กว่าฝ่ามืออิชั้นสักหน่อยได้ล่ะมั๊ง ตัวก็เล็กนิดเดียวไม่ได้อ้วนเลยสักนิด ใครเรียกน้องว่าหมูนั้น ขอความกรุณาให้ไปซื้อน้ำโพลาริสต์ เทใส่กะโหลกกะลาใกล้มือแล้วชะโงกหน้าส่องดูตัวเองก่อนโดยด่วน!
ส่วนเคตะ... ไม่ได้ยักษ์ปักหลั่น กล้ามน่ากลัวอย่างที่เห็นในหนังสือเลย ตัวสูงใหญ่สมาร์ทโคตร ขายาวเพรียวเหมือนตัวการ์ตูนเดินได้ ผิวไม่ได้ขาวโบ๊ะแต่เป็นสีชมพูดูแข็งแรงสดใส และ พ่อก็ nice มากสมคำร่ำลือ ยิ้มรับ และสู้ตาทุกคนไม่มีกลัว หรือหลบเลย
...................................
.....................
ทริปกาลีเมื่อเริ่ม แต่จบแบบนี้ ก็นะ... อย่างน้อย ความซวยที่ถาโถมของอิเมย์ ก็คิดว่าคุ้มเกินคุ้มจริงๆ
คำขอบคุณมากมาย อยากมอบให้ทุกคน ที่คอยลุ้นกันตัวโก่ง กับสภาพอิราชินี และนั่งช่วยกันภาวนาให้มันรอดชีวิตกลับมา
เพื่อน ผอง น้องพี่ ทุกความเป็นห่วงและความหวังดี รับรองว่ายังไงๆก็ต้องหาทางตอบแทนเท่าที่ทำได้
อย่างน้อยครั้งนี้ก็บอกให้รู้ว่าไม่มีอะไรจะเลวร้ายที่สุดหรอก เพราะงั้น ฝันได้ก็ฝันซะ หวังได้ก็หวังเถอะ ถ้ามันไม่เกินกำลังก็จงทำเถอะ เอาแค่สุดแรงแหละ
5 - 6 ปี ของมัน ท่าทางเจอยิ้มแบบนี้เข้าไปสงสัยจะติดบ่วงกรรมไปอีกนานแน่ๆ หนำซ้ำยังลากเอาคนอืนไปเอี่ยวด้วยนี่สิ เจอยิ้มหวานจะๆแบบนี้ ให้ตายเถอะกรู....
มหันตภัยแห่งชีวิต คืบคลานมาแย้วววววววว อ๊ากกกกกกกก
THANKS : ภาพ from vv aorly เพื่อนเดี๊ยน
และ ติดตามอ่านรายละเอียดเต็มๆก้โน่นเลยนะเคอะ บล๊อกราชินี และข่าวคราวคืบหน้า็ก็โน่นค่ะ บูรพาโน่นเลย ตามอ่านกันได้โลด วันนี้ไปนอนแระ ไปนอนฝันถึงฟิกต่อ ได้ข่าวว่ายังค้างอยู่เลย เคี๊ยกๆๆๆ กรู
PS. ในถุงที่ส่งให้ไปนั่น อันเนื่องจากความฉุกละหุก และตกใจคิดอะไรไม่ออก ก็เลยส่งไปทั้งถุงโดยมีของแถมต่างๆดังนี้อยู่ในถุงให้เคตะด้วย ทั้ง ผ้าเย็นจากเครื่องบินขามา....(- -; ) แผนที่ดิวตี้ ฟรี ที่หยิบมาจากตามทาง....( - -;; ) และตั๋วคอนเสิร์ตเน่าๆ ที่เปียกฉ่ำด้วยน้ำฝน (= = ;;;) ยังดีที่ยังดึงเอาพาสปอร์ตออกมาจากถุงทัน ไม่งั้นล่ะกรูเอ๊ย!...
"Keita dont leave me. comeback!! I cant go home... my passport is in your hand~~~ comeback~~~~~~ !!!"
ตายห่ะ! เป็นงั้นขึ้นมา กรูจะทำยังไงดีวะเนี่ย ขำไม่ออกแน่ เกือบแล้ว
กรูเกือบโดนอิหนูตัดแม่ตัดลูกแล้วไม๊ล่ะ กร๊ากกกก
Date : 04/07/2007 Time : [ 23:05:40 ] |