คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสมัยนี้งานการน่ะมันหายากมากๆ คุณสมบัติไม่ตรงตามที่ต้องการบ้างล่ะ ไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็ไม่รับ และที่สำคัญ "ตอนนี้ทางบริษํทเราไม่มีนโยบายรับคนเพิ่ม" เป็นประโยคยอดนิยมเลยล่ะ แหม่มก็เลยจะมาว่าด้วย "โอกาสอาชีพงานด้านการประชาสัมพันธ์"
ก่อนอื่นเราน่าจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านการประชาสัมพันธ์ดีกว่า
- เป็นงานที่ต้องเริ่มจากความรักในงานนี้
- เป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือ
- เป็นงานที่ทำอย่างต่อเนื่องไม่มีวันจบสิ้น
- เป็นงานที่ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย
- เป็นงานที่ใช้การสื่อสารสองทาง
- เป็นงานที่ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายและสิ่งแวดล้อม
- เป็นงานที่เป็นเครื่องทางการบริหารและการจัดการขององค์กร
- เป็นงานที่ต้องทำทั้งเชิงรุก เชิงรับ
- เป็นงานที่สร้างภาพลักษณ์
- เป็นงานที่ต้องใช้เวลากว่าจะเกิดผล
จากลักษณะงานดังกล่าวข้างต้น ผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นี้จะต้อง มีใจรักในงานประชาสัมพันธ์ การทำอะไรก็ตามเมื่อเริ่มจากความรักมันก็จะทำให้เกิดแรงจูงใจ แรงผลักดันทำงานนั้นๆ ออกมาให้ดีที่สุด ดังนั้นผู้ที่มีความสนใจงานด้านนี้ลองตอบคำถามเหล่านี้ดูว่า คุณเหมาะสมกับงานนี้รึเปล่า
1.1 ชอบติดต่อพบปะกับผู้อื่น
1.2 ชอบการอธิบาย การพูดเพื่อการสร้างสรรค์
1.3 ชอบคิดหลายๆด้านหลายๆทางไม่ยอมแพ้ในการคิด
1.4 ชอบทำงานงานหนักอย่างต่อเนื่อง
1.5 ชอบงานขอความร่วมมือกับบุคคลอื่น
1.6 ชอบหรือเต็มใจรับคำติชม หรือวิพากษ์วิจารณ์
1.7 ชอบบริการคนอื่น
1.8 ชอบแสดงความคิดเห็น และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
1.9 ชอบทำงานเพื่อคนอื่นมิใช่เพื่อตนเอง
1.10 ชอบวิเคราะห์หาเหตุผลในการแก้ปัญหา
หากตอบว่าใช่เกินกว่า 7 ข้อ แสดงว่าความรัก ความชอบในงานด้านนี้พอเป็นพื้นฐานในการก้าวไปสู่วิชาชีพนี้ได้
ปัจจัยหรือหลักเกณฑ์ที่จะกล่าวต่อไปนี้มีผลมากน้อยแค่ไหนต่อการพิจารณารับบุคคลเข้าทำงานในด้านการประชาสัมพันธ์ หลายท่านคงอยากทราบกันแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
- สาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา
ไม่จำเป็นว่าต้องจบสาขานี้เท่านั้นถึงจะทำงานประชาสัมพันธ์ได้ แต่ถ้าจบมาทางนี้โดยตรงก็ดีเพราะคนที่จบทางนี้มาโดยตรงก็จะมีพื้นฐานและความรู้เฉพาะทางมากกว่าหลายๆคนก็ไม่ได้จบประชาสัมพันธ์มาหลายคนสามารถประยุกต์จากสิ่งที่ชอบได้ มันขึ้นกับว่าเราชอบอะไรมากกกว่าและเราก็สามารถอยู่กับมันได้ แต่เวลาไปสมัครงานจริงๆ บางบริษัทก็จะระบุไว้เลยว่าต้องจบสาขานี้ แต่บางบริษัทก็จะดูจากประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมา
- สถาบันการศึกษา
สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรว่ามีข้อกำหนดเรื่องสถาบันการศึกษารึเปล่า ถ้าเป็นองค์กรใหญ่ๆ (บางองค์กร) เขาก็จะเลือกสถาบันที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วเพราะมีมาตรฐานมีคนรู้จักและให้การยอมรับ แต่สถาบันเล็กๆ ไม่ใช่ว่าไม่มีมาตรฐานนะก็มีเหมือนกัน ซึ่งถ้าจบจากมหาลัยที่ดังๆทางด้านประชาสัมพันธ์ พื้นฐานจะแน่นกว่า และได้เรียนรู้มากกว่า
- ผลการเรียน / เกรดเฉลี่ย
ขึ้นอยู่กับองค์กรอีกเหมือนกัน บางองค์กรเคร่งมากเรื่องเกรดเฉลี่ย แต่บางองค์กรจะเน้นเรื่องประสบการณ์การทำงาน และเรื่องอื่นๆ หลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น บุคลิกภาพ ความมั่นใจในตัวเอง กิจกรรมที่ทำในสมัยเรียน ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะด้านภาษา สรุปรวมๆกัน ถ้าคนที่พื้นฐานIQน้อยไม่สนใจเรื่องพวกนี้ก็จะลำบาก และถ้าเป็นคนที่ได้เกียตรินิยมบางครั้งอาจจะเป็นคนหยิ่งเกินไปและมุ่งแต่ตำราเรียนมากเกินไป ควรเลือกคนแบบพอดีๆพอเหมาะเหมือนกับเศรษฐกิจพอเพียงเลย
- รูปร่าง-หน้าตา
เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ จริงๆมันอยู่ที่ความสามารถมากกว่า ที่สำคัญนั้นอยู่ที่บุคลิกภาพ บุคลิกการแต่งตัวมากกว่าว่าถูกกาลเทศะไปงานไหนควรแต่งตัวอย่างไร บุคลิก สำคัญที่สุด ดูดี เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ แต่ถ้ามองอีกมุมหน้าตาก็อาจจะมีส่วนอยู่ในการไปขอความช่วยเหลือจากใคร อะไรยังไงประมานนี้ บางคนเราเห็นก็ไม่อยากคุยด้วยแล้ว แต่เราทำงานด้านนี้เราก็ต้องเก็บความรู้สึกไว้ แต่ว่าถ้าสวยแล้วไม่มีสมองก็ไม่มีประโยชน์
- เพศ
เรื่องเพศไม่เกี่ยวเท่าไหร่ แต่ก็มีความแตกต่างกันบ้าง การทำงานด้านประชาสัมพันธ์ต้องใช้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่บุคลากรผู้ชายจะหายากมาก เพราะว่าคนส่วนใหญ่ต้องคิดว่านักประชาสัมพันธ์ต้องเป็นผู้หญิงเพราะว่ามีความอ่อนน้อมมากกว่าผู้ชายอย่างพวกเพศที่ 3 แต่ผู้หญิงอาจจะได้เปรียบมากกว่านิดนึง เพราะ ผู้หญิงมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีบุคลิกที่ดีมากกว่าผู้ชาย เช่นการวางตัว
- ประสบการณ์การทำงาน
มีผลต่อการรับพิจารณาในการทำงานอย่างแน่นอน เพราะต้องมีประสบการณ์ในการทำงาน และส่วนมากก็จะไม่รับเด็กจบใหม่ ถึงจะรับแต่ก็น้อยมาก และต้องเก่งภาษา คนที่มีประสบการณ์มักจะแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆได้รวดเร็ว แต่ว่าเมื่อเข้าไปทำงานแล้ว แต่ละที่นโยบายการทำงานก็แตกต่างกันออกไป มันก็เท่ากับว่าทุกคนเริ่มจากศูนย์ แต่ถ้ามีประสบการณ์มาก่อน มันก็ช่วยให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับการทำงานขององค์กรได้เร็วขึ้น และเค้าจะรู้งานมากกว่า
- ความสามารถด้านภาษา
ในสภาวะปัจจุบันภาอังกฤษมีความจำเป็นมาก ประชาสัมพันธ์เป็นหน้าตาขององค์กร ต้องสื่อสารข้อความไม่ว่าจะภาษาใดออกไปให้ชัดเจน และถูกต้อง มันมีความจำเป็นมากในเรื่องของภาษา ซึ่งถ้ามีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆด้วยเนี่ย ก็ถือว่ามีโอกาสเหนือกว่าองค์กรอื่นในการที่จะทำงานหรือว่าสื่อสาร กับบุคคลภายนอกด้วยค่ะ
- ความต้องการบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน
ยังต้องการสูงมาก เพราะปัจจุบันธุรกิจมีการแข่งขันกันมากขึ้น ก็เป็นธรรมดาที่แต่ละองค์กรต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และส่งข้อมูลของตนไปยังประชาชนให้เป็นที่รู้จัก ให้รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ และการทำการประชาสัมพันธ์เป็นสื่อที่มีราคาถูก ไม่ใช้ทุนสูง แต่มีคุณภาพในการพรีเซ็นเตอร์ตัวเอง อาศัยความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อ งานประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการ ธุรกิจมันเติบโตมากขึ้นนักประชาสัมพันธ์ก็ต้องการเยอะเพราะการประชาสัมพันธ์มันได้ผลกว้างกว่า
- การแข่งขันเพื่อจะได้รับเข้าทำงานในสาขาการประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน
ทุกสาขาอาชีพ ทุกตำแหน่งย่อมมีการแข่งขันกันสูงอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ต้องวัดกันที่ความรู้ ความสามารถของแต่ละคน ส่วนในด้านการประชาสัมพันธ์อยู่ในระดับที่สูงพอสมควร เพราะในปัจจุบันงานประชาสัมพันธ์เป็นงานที่มีความสำคัญต่อองค์กรหรือหน่วยงานเป็นอย่างมาก
- การเข้าสู่วิชาชีพและแนวโน้มการพัฒนาวิชาชีพการประชาสัมพันธ์
นักประชาสัมพันธ์ใหม่ควรเข้ามาสู่ตลาดแรงงานด้านความคิดที่เป็นระบบสามารถใช้สติปัญญาได้อย่างฉลาดเฉลียวเพื่อจะเข้ามาเสริมงานด้านการวิจัยให้เกิดขึ้นในหน่วยงานของตนเหตุผลก็เพื่อยกระดับฐานะของงานประชาสัมพันธ์ที่ตนเองจะดำเนินการและเพื่อสร้างความยอมรับให้กับหน่วยงานระดับเหนือขึ้นไปที่ต้องอาศัยงานการประชาสัมพันธ์ในการตัดสินใจบริหารงานด้านต่างๆ
สำหรับบัณฑิตที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน การที่จะสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันที และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความรุ่งเรืองทางวิชาชีพของตนเองนั้น การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การมีจิตใจมีความคิดสร้างสรรค์ย่อมช่วยบัณฑิตเหล่านั้นได้มาก นอกจากนั้นเขาควรเป็นผู้ที่มีระบบเป็นของตนเอง มีความรับผิดชอบสูง ไม่เป็นผู้ที่ปล่อยโอกาสผ่านไปโดยไม่ฉกฉวยมาทำประโยชน์ต่อกิจการงานของเขา พวกเขาจะต้องเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตทุกแง่มุม ซึ่งอาจช่วยให้เกิดความเจนจัดต่อสังคมมากขึ้น และในวงวิชาชีพประชาสัมพันธ์ที่ต้องอาศัย
- ความมั่นคงทางรายได้
รายได้ค่อนข้างมั่นคง เพราะนักประชาสัมพันธ์เป็นทรัพยากรบุคคล ต้องใช่สมองในการคิด ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ต่างๆ แต่มันก็เกี่ยวกับเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ว่าตอนนั้นเศรษฐกิจเป็นยังไงและต้องขึ้นอยู่กับผลงานด้วย ที่สำคัญ ผลงานเป็นตัวแจ้งเกิดและแจ้งตายได้อีกด้วย แล้วก็ดูเรื่องความสามารถว่าคุ้มไหม ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท ส่วนการพัฒนาก็เกี่ยว คนเราต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
อาชีพนักประชาสัมพันธ์ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าคนอื่น แต่ก็แนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกวันนี้จะสังเกตว่า ในองค์กรผู้เป็นหัวหน้างานค่าตัวก็จะสูง จากนั้นก็ไล่ระดับลงมา ตามตำแหน่งของการทำงานด้าย หลายๆ องค์กรจะให้เงินเดือนเริ่มต้นที่ 9,000 บาท เป็นอย่างต่ำสำหรับวุฒิปริญญาตรี หากใครมีความสามารถด้านภาษา ก็อาจจะเป็น 10,000 ต้นๆ และหากใครมีประสบการณ์ในการทำงานมาก็จะปรับเงินเดือนให้ตามความเหมาะสมค่ะ
- โอกาสก้าวหน้าทางอาชีพประชาสัมพันธ์
ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้วยว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี บริษัทมีความต้องการที่จะใช้นักประชาสัมพันธ์ขนาดไหน และที่สำคัญ ขึ้นอยู่ที่ความสามารถของแต่ละคนว่ามีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ที่บริษัทต้องการ ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ในเรื่องของความคิด พฤติกรรม เช่นความไว้ใจ เราต้องทำให้คนที่รับเราไว้ใจในตัวเรา ต้องรักและจริงใจในงานที่ทำ ดูแลบุคลิกให้ดูดีอยู่เสมอ คนที่จะรู้จักพัฒนาการทำงานของตนเองขึ้นไปเรื่อยๆไม่ใช่ว่า อยู่อย่างไรก็อย่างนั้น หากไม่พัฒนาก็ไม่มีความก้าวหน้าอย่างแน่นอน
นอกจากที่แหม่มบอกกล่าว (อย่างคร่าวๆ) จากด้านบนนั้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่มีผลต่อการทำงานด้านประชาสัมพันธ์ และก็ควรที่จะศึกษาเป็นข้อมูลเบื้องต้นไว้อีกด้วย อาทิ
- คุณสมบัติที่ดีของนักประชาสัมพันธ์
- ภาระหน้าที่ของนักประชาสัมพันธ์
- จริยธรรม และจรรยาบรรณของนักประชาสัมพันธ์
- บุคลิกภาพของนักประชาสัมพันธ์
และสิ่งทีนักศึกษาที่ใกล้จะเป็นบัณฑิตควรศึกษาเอาไว้ เพื่อหน้าที่การงานในวันข้างหน้า อาทิ เช่น
- โอกาสการเข้าทำงานของนักศึกษาที่จบทางด้านการประชาสัมพันธ์โดยตรง
- คุณสมบัติที่ไม่เพียงพอของนักประชาสัมพันธ์ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา
- ความรู้ที่เรียนมากับการปฏิบัติงานจริง
- สิ่งที่องค์กรคาดหวังกับนักประชาสัมพันธ์รุ่นใหม่
- ข้อบกพร่องของนักศึกษาที่พบขณะเข้าฝึกงาน
- ภาระหน้าที่ของบัณฑิตจบใหม่
เป็นยังไงบ้างคะ ข้อมูลที่แหม่มเอามาฝากคงมีประโยชน์ ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่สนใจงานทางด้านการประชาสัมพันธ์ รวมถึงอีกหลายๆ ท่านที่เข้ามาอ่าน Blog นี้ด้วยนะคะ
ต้องขอขอบคุณข้อมูลจากรายงานการวิจัย จากเพื่อนๆ ที่เรียนวิชา PR303 คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพด้วยนะคะ
Time : [ 06:45:18 ]

